ประวัติอดีตเจ้าอาวาส

 


 

พระครูปทุมธรรมธาดา (ก่ำ) 

เจ้าอาวาสรูปที่ ๑


            พระครูปทุมธรรมธาดา ท่านเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี เข้ามาศึกษาในกรุงเทพ ฯ คราวเดียวกันกับท่าน พนฺธุโล (ดี) ท่านก่ำ คุณสมฺปนฺโน เรียนอยู่ในสำนักวัดมหาธาตุฯ ภายหลังจึงมีผู้นำเข้าถวายตัวในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแต่ยัง ทรงผนวช ขณะที่พระองค์เสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหารและได้เปลี่ยนแปลงลัทธิ ญัตติเป็นธรรมยุต นับว่าท่านเป็นสัทธิวิหาริกแห่งทูลกระหม่อมเจ้าฟ้า ฯ ได้รับการศึกษาพระปริยัติธรรมสำเหนียกขนบธรรมเนียมประเพณี จนมีความรู้ความสามารถแล้ว เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาวัดปทุมวนาราม จึงได้นิมนต์ท่านจากวัดบวรนิเวศมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่าน พนฺธุโล (ดี) ได้นำลัทธินิกายธรรมยุตไปประดิษฐาน ณ จังหวัดอุบลราชธานี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้พระพรหมราชวงค์ (กุทอง) เจ้าเมืองอุบลสร้างวัดสุปัฏนาราม โดยพระองค์พระราชทานทรัพย์ ๑๐ ชั่ง และพระราชทานนิยตภัตรเดือนละ ๘ บาทแก่เจ้าอาวาสในสมัยนั้นด้วย

            ส่วนท่านก่ำ คุณสมฺปนฺโน ได้นำธรรมยุติกนิกายไปประดิษฐานที่เมือสีทันดร นครจำปาศักดิ์ โดยเจ้ายุติธรรมธรเจ้าครองนครสมัยนั้นอุปถัมภ์ ท่านได้สร้างวัดภูเขาแก้วมณีวรรณขึ้นเป็นแห่งแรก จากนั้นก็ได้เผยแผ่ลัทธิคณะธรรมยุต จนมีวัดธรรมยุตเกิดขึ้นถึง ๔๖ วัด และเจ้าอาวาสรูปที่ ๒ และ ๓ ของวัดปทุมวนารามก็เป็นสัทธิวิหาริกของท่านก่ำ คุณสมฺปนฺโน ด้วย

 

-:..............................................................................................................................................:-

 

 

พระครูปทุมธรรมธาดา (สิงห์ อคฺคธมฺโม) 

เจ้าอาวาสรูปที่ ๒

 

พระครูปทุม ธรรมธาดา (สิงห์ อคฺคธมฺโม) ท่านเป็นสัทธิวิหาริกของท่านก่ำ คุณสมฺปนฺโน อยู่บ้านดง เมืองโขง สีทันดร นครจำปาศักดิ์ บวชที่วัดเขาแก้วมณีวรรณ ปฏิบัติกรรมฐานศึกษาขนบธรรมเนียม มีพรรษาพอสมควรแล้ว ได้ขึ้นมาเรียนปริยัติธรรมที่วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลราชธานี ต่อมาได้เข้ามาศึกษาปฏิบัติธรรมที่วัดปทุมวนาราม และช่วยงานเจ้าอาวาสในสมัยนั้น ท่านได้สร้างเจดีย์เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่บ้านดงบ้านเกิดของ ท่าน เพื่อให้ประชาชนได้กราบไว้สักการะ เมื่อท่านมรณภาพแล้ว ได้บรรจุอัฐิธาตุของท่านส่วนหนึ่งไว้ที่เจดีย์หน้าโรงเรียน ปริยัติธรรม(ปัจจุบันทางวัดได้เชิญไปประดิษฐานไว้บนพระเจดีย์) อีกส่วนหนึ่งนำไปบรรจุไว้ที่บ้านเดิมของท่าน

 

 

-:..............................................................................................................................................:-

 

 

พระปัญญาพิศาลเถร (สิงห์) 

เจ้าอาวาสรูปที่ ๓ 

            พระปัญญาพิศาลเถร (สิงห์) เป็นสัทธิวิหาริกของท่านก่ำ คุณสมฺปนฺโน เดิมอยู่บ้านหัวโขงแหลม ห่างจากบ้านดง ซึ่งเป็นบ้านของพระครูปทุมธรรมธาดา (สิงห์ อคฺคธมฺโม) ๕ ก.ม. ท่านได้เข้ามาศึกษาปริยัติธรรมและศึกษาสมถวิปัสสนากรรมฐาน ณ วัดปทุมวนาราม โดยตรงเพราะมีความสัมพันธ์กับเจ้าอาวาสในฐานเป็นสัทธิวิหาริกร่วมกัน

 

ผลงานและปฏิปทา 

            ๑. ท่านเป็นผู้เคร่งครัดในธรรมวินัย อาพาธหนักยังให้ศิษยานุศิษย์นำลงอโบสถฟังพระปาฏิโมกข์และมรณภาพในพระอุโบสถ

            ๒. ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องกรรมฐาน ได้อบรมกรรมฐานหรือสอนภาคปฏิบัติกรรมฐานประจำด้วยเหตุนี้ ในงานพระราชทานเพลิงศพท่านสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงนิพนธ์หนังสือสมกัมมัฏฐาน พิมพ์แจกเป็นที่ระลึก ดังความตอนหนึ่งในคำนำว่า เรื่องนี้........แต่ง ขึ้นเพื่อแจกในงานศพพระปัญญาพิศาลเถร (สิงห์) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามผู้เป็นมิตร คือเป็นผู้ชอบพอกันสนิทสนมกัน ทั้งเป็นสหาย คือผู้ร่วมหน้าที่ในการงานด้วยกันมานานแล้ว ท่านเป็นอาจารย์บอกสมถกัมมัฏฐานแก่บรรพชิตและคฤหัสถ์ ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ในตำแหน่งนี้ด้วย ข้าพเจ้าจึงได้เลือกจะแต่งเรื่องกัมมัฏฐาน” และหนังสือเล่มนี้ ปัจจุบันนี้ใช้เป็นหลักสูตรนักธรรมชั้นเอก

            ๓. พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺทเถร) พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺญเถร) ก็ได้ศึกษาปฏิบัติกรรมฐานในของท่านพระปัญญาพิศาลเถรนี้ด้วย

            ๔.ในคราวเสด็จกลับจากยุโรป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาถวายเครื่องไทยธรรม มีบาตร บริขาร มีพระราชลิขิตบนฝาบาตร ว่า รัตนโกสินทรศก ๑๒๖ ของพระราชทานฝาก เมื่อเสด็จพระราชดำเนินประเทศยุโรป

 

ลำดับสมณศักดิ์ 

- พระครูโอวาทธรรมภาณ

- พระธรรมวิโรจน์ (สามัญยก)

- พระปัญญาพิศาลเถร (สามัญวิปัสสนา)

 

-:..............................................................................................................................................:-

 

 

พระวิสุทธิสารเถร (ผิว) 

เจ้าอาวาสรูปที่ ๔

 

พระวิ สุทธิสารเถร (ผิว) เดิมท่านอยู่บ้านดอนเหล็กไฟ คือบ้านท่านอยู่ในเกาะระหว่างเกาะดอนโขงและเกาะดอนฮีใหญ่ และใกล้กับวัดภูเขาแก้วมณีวรรณ ซึ่งเป็นวัดที่ท่าน ก่ำ คุณสมฺปนฺโน ได้สร้างขึ้น เพื่อเผยแผ่คณะธรรมยุต ท่านจึงได้เป็นสัทธิวิหาริกของท่านก่ำ คุณสมฺปนฺโน ท่านได้เข้ามาศึกษาในกรุงเทพมหานครรุ่นเดียวกับเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามรูป ที่ ๓ แต่ท่านชอบธุดงค์ไปในที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะทางภาคเหนือ จนได้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาท ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม รูปที่ ๓ มรณภาพลง ท่านได้มารับตำแหน่งแทน และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะที่ พระวิสุทธิสารเถร” 

            อีกประการหนึ่ง วัดปทุมวนารามมีความเกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เป็นอันมาก คือนอกจากพระองค์จะทรงสร้างวัดปทุมวนารามแล้ว ยังทรงโปรดให้พระครูปทุมธรรมธาดา (ก่ำ) ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของพระองค์เมื่อครั้งทรงผนวชอยู่ ให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามเป็นรูปแรกและเจ้าอาวาสรูปที่ ๒,๓,๔, ก็ล้วนแต่เป็นสัทธิวิหาริกของท่านก่ำ คุณสมฺปนฺโน ซึ่งเป็นหนึ่งในสัทธิวิหาริกของพระองค์ท่านอีกเหมือนกัน ดังนั้นวัดปทุมวนารามจึงเป็นวัดแห่งสายธรรมยุตอันเนื่องด้วยพระองค์โดยตรง

 

-:..............................................................................................................................................:-

 

 

พระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺญเถร) 

เจ้าอาวาสรูปที่ ๕

 

พระปัญญา พิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺญเถร) เกิดเมื่อวันพุธที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๐๘ ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีระกา เวลา ๐๘.๐๐ น. ณ ตำบลวัดกลาง ในเมืองอุบลราชธานี นามบิดา ขุนประเทสพานิช (จีน) นามมารดา ทุมมา

 

บรรพชาอุปสมบท 

          พ.ศ. ๒๔๒๐ อายุได้ ๑๒ ปี บรรพชาเป็นสามเณรในสำนักท่านบุดสี วัดใต้เทิง จังหวัดอุบลราชธานี

            พ.ศ. ๒๔๒๙ อายได้ ๒๒ ปีอุปสมบทในสำนักท่านบุดสี วัดใต้เทิง

            พ.ศ. ๒๔๓๓ ท่านพร้อมด้วยพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล และพระอาจารย์ประชา ได้ไปทำทัฬหีกรรมญัติติเป็นพระธรรมยุติที่วัดศรีทอง (ปัจจุบันคือ วัดศรีอุบลรัตนาราม) จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พระครูทา โชติปาโล เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสีทา ชยเสโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูคำ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

 

การศึกษาด้านคันถธุระ 

            เมื่ออายุได้ ๘-๑๒ ปี ได้ศึกษาหาความรู้ตามที่นิยมในสมัยนั้นกับบิดาและในสำนักของท่านบุดสี มิตธรรมวงสา วัดใต้เทิง

            หลังจากอุปสมบทได้ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักท่านเจ้าคุณพระอริยกวี วัดศรีทองและท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) เริ่มตั้งแต่บาลีไวยากรณ์ แปลธรรมบทแปลคัมภีร์ภิกขุวิภังค์ มหาวรรคและจุลวรรค เว้นภิกขุณีวิภังค์และปริวาร จนแปลวิสุทธิมรรคจบสมาธินิเทศ ที่ท่านให้เรียนเช่นนี้ ท่านกล่าวว่า ผู้ที่จะเป็นครูบาอาจารย์ปกครองหมู่คณะหรือปฏิบัติกิจวัตรในพระศาสนาได้ ต้องให้มีความรู้ในสิกขาวินัยและมูลแห่งกรรมฐานพอสมควรจึงจะเป็นผู้ยังหมู่ ให้งามในพระธรรมวินัยได้ดี ต่อมาท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ จะส่งให้เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ เพื่อสอบเอาชั้นเปรียญต่อไป แต่ท่านไม่ยอมเข้ามา เพราะรักในการปฏิบัติธรรมกรรมฐาน 


การศึกษาด้านวิปัสสนาธุระ 

            ต่อมาได้ศึกษาสมถและวิปัสสนากในสำนักท่านเจ้าคุณพระอริยกวี และพระครูทาผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้พร้อมกับพระอาจารย์เสาร์ และพระอาจารย์มั่น เที่ยวเดินธุดงค์ไปตามป่าเขา เพื่อแสวงหาที่วิเวกปฏิบัติธรรมทรมานกิเลส ไม่ได้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ต่อมาได้พร้อมกับพระครูทาและพระอาจารย์มั่นมาจำพรรษาที่วัดปทุมวนาราม ถึง ๒ พรรษา เพื่อศึกษาสมถและวิปัสสนากับท่านเจ้าคุณปัญญาพิศาลเถร (สิงห์) อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามรูปที่ ๓ แล้วกลับไปเดินธุดงค์ต่อ จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๕๖ ก่อนจะได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามท่านพร้อมด้วย พระอาจารย์เสาร์ และพระอาจารย์มั่น ได้มาจำพรรษาที่วัดบรมนิวาส ๑ พรรษา เมื่อเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามว่างลง สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามสืบมา

 

ตำแหน่งหน้าที่การงาน 

พ.ศ. ๒๔๕๗        เป็นเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๔๖๗         ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์

 

สมณศักดิ์ 

 พ.ศ. ๒๔๕๘        ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูปทุมธรรมธาดา” 

พ.ศ. ๒๔๖๘         ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระปัญญาพิศาลเถร” ในงานพระบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๗

 

ผลงาน 

            ในสมัยที่ท่านเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่วัดปทุมวนารามมาก ทั้งด้านการก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะและด้านการศึกษา เสนาสนะกุฏิสงฆ์ที่พระภิกษุสามเณรอาศัยอยู่ในปัจจุบันนี้ โดยมากสร้างขึ้นในสมัยท่านเป็นเจ้าอาวาส เช่น กุฏิยมราช (ตลับสุขุม) กุฏิอ้นอุทิส กุฏิเลื่อนตันทัศน์ กุฏิสุทธิอาศรม กุฏิมาวิตตศาลา และโรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นต้น

            ด้านการศึกษานับว่าเจริญรุ่งเรืองมากเพราะก่อนหน้านั้น เจ้าอาวาสรูปก่อน ๆ ท่านเน้นเรื่องการปฏิบัติสมถวิปัสสนา ไม่มีการศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม เมื่อท่านมาเป็นเจ้าอาวาสได้ริเริ่มให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยในระยะแรกได้ส่งพระภิกษุสามเณรไปเรียนที่วัดบรมนิวาสและวัดราชาธิวาส เมื่อมีพระนักธรรมและเปรียญเกิดขึ้นจึงจัดการเรียนการสอนขึ้นที่วัดเริ่ม ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ แต่เวลาส่งบัญชีเข้าสอบยังส่งในนามสำนักเรียนวัดบรมนิวาส จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๗๔ จึงขอตั้งเป็นสำนักเรียนวัดปทุมวนาราม นับตั้งแต่นั้นมาการศึกษาพระปริยัติธรรมก็เจริญรุ่งเรือง มีผู้สอบนักธรรมและเปรียญได้มากที่ได้ถึงเปรียญ ๗ เปรียญ ๘ ก็หลายรูป ทั้งนี้ก็เป็นเพราะท่านได้คอยดูแลเอาใจใส่ รูปไหนไม่สนใจศึกษาท่านจะเรียกมาตักเตือนและบังคับให้เรียน สามเณรรูปใดไม่ได้นักธรรม ท่านจะไม่ยอมเป็นอุปัชฌาย์บวชให้ และรูปไหนไม่สนใจปฏิบัติธุดงควัตรท่านก็ไม่ให้อยู่วัด การศึกษาทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติในสมัยท่านเป็นเจ้าอาวาสจึงนับว่าเจริญ ถึงขีดสุด

 

ปฏิปทา   

            ก่อนที่จะมาเป็นเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามนั้น พระปัญญาพิศาลเถร (หนู จิตปญฺญเถร) เป็นพระกรรมฐานมาก่อน เป็นสหธรรมิกที่คุ้นเคยกันดียิ่งกับพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ท่านเคยเดินธุดงค์ร่วมกับพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล และพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ไปตามป่าเขาลำเนาไพรในหลายจังหวัด เพื่อแสวงหาความวิเวกและปฏิบัติธรรม จึงทำให้ท่านเป็นผู้มักน้อยสันโดษ ชอบวิเวก ไม่ชอบคลุกคลีด้วยปริวารชนจนเกินไปเคร่งครัดหนักแน่นในพระธรรมวินัย เป็นคนพูดน้อยถ้าจะพูดอะไรกับใคร ๆ ก็พูดตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม มีจิตใจเมตตาโอบอ้อมอารีแก่ทุกคนประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พระภิกษุ สามเณรและคนทั่วไป

 

มรณภาพ 

            ท่านเจ้าคุณพระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺญเถร) ได้มรณภาพด้วยโรคชรา ที่ตึกวชิรญาณวงศ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ เวลา ๐๙.๐๓ น. โดยอาการสงบ ในท่ามกลางสัทธิวิหาริกและอันเตวาสิก สิริรวมอายุได้ ๘๐ ปี พรรษา ๕๘

 

 

-:..............................................................................................................................................:-

 

 

พระธรรมปาโมกข์ (บุญมั่น มนฺตาสยเถร) 

เจ้าอาวาสรูปที่ ๖

 

พระธรรม ปาโมกข์ (บุญมั่น มนูตาสยเถร) เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ เมษายน ปีจอ ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๒๙ ณ บ้านคลองคราม ในคลองบางกอกน้อย ธนบุรี เป็นบุตรของนายพันโท พระบริคุตวรภัณฑ์ (คง สรวิสูตร์) ยกกระบัตรทหารบก ท่านรอด เป็นมารดา

 

การศึกษา 

            ท่านเข้าศึกษาที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบเป็นรุ่นแรก รุ่นเดียวกับมหาอำมาตย์ตรีพระยาภะรตราชา

(ม.ล.ทศทิศ อิศรเสนา) เรียนจบชั้นประโยคหนึ่ง แตกฉานในภาษาไทยเป็นอย่างดี และภาษาอังกฤษพอสมควร

 

บรรพชา 

            เมื่ออายุ ๑๗ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีโอกาสถวายการปฏิบัติต่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จนเป็นที่โปรดปรานเพราะความขยัน อดทน และอยู่จนดึกเป็นนิจ ด้วยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า ฯ ทรงงานอยู่จนเลยสองยาม จึงจะเสด็จเข้าที่พระบรรทม ท่านเฝ้ารับใช้รวดเร็วทันพระทัยและรู้พระทัยเป็นอย่างดี โดยมิได้คำนึงถึงเวลาพักผ่อนของท่านเอง

            บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ได้ปีเศษ ก็ลาสิขาออกไปรับราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ๓ ปีเศษ

 

อุปสมบท 

            เมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๐ ณ วัดนรนาถสุนทริการาม กรุงเทพฯ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ วัดราชบพิธ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์

            ในพรรษาแรก ท่านได้ไปจำพรรษาอยู่ในวัดเล็ก ๆ ในป่าจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อออกพรรษาแล้ว จึงกลับมาพักอยู่ที่วัดนรนาถสุนทริการาม และต่อมาได้ขอย้ายยมาอยู่ที่วัดปทุมวนารามเพราะวัดปทุมวนารามในสมัยนั้น เป็นวัดที่อยู่นอกพระนครหลวง เป็นสถานที่สงบ ไม่พลุกพล่านเหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมกรรมฐาน

 

สมณศักดิ์ 

            ๖ พ.ย. ๒๔๗๖     ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูปทุมธรรมธาดา” 

๕ ธ.ค. ๒๔๙๑      ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระปัญญาพิศาลเถร” 

๕ ธ.ค. ๒๕๐๐      ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระปัญญาพิศาลเถร”

                            (ในราชทินนามเดิม)

๕ ธ.ค. ๒๕๐๕     ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพมงคลปัญญาจารย์” 

๕ ธ.ค. ๒๕๒๐     ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมปาโมกข์” 

 

 

ปฏิปทา 

            ท่านเจ้าคุณพระธรรมปาโมกข์ มีความสนใจในการปฏิบัติธรรมกรรมฐานมาก ปรากฏตามคำบอกเล่า ทั้งของท่านเองและของผู้ใกล้ชิดว่า ท่านได้เข้ารับการอบรมปฏิบัติกรรมฐานจากพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้ติดตามเดินธุดงค์ไปกับพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ในเขตภาคเหนือเข้าไปอยู่ในเมืองมะละแหม่ง และเมืองเมาะตะมะ แห่งละ ๒ ปี แล้วจึงกลับประเทศไทย ท่านพระอาจารย์มั่น เดินทางเข้ามาทางจังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนท่านเจ้าคุณพระธรรมปาโมกข์ เดินทางมาทางเรือ ลงเรือที่อ่าวเมาะตะมะ มาขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วจึงเดินทางกลับวัดปทุมวนาราม

            พักอยู่ที่วัดปทุมวนารามระยะหนึ่ง จึงออกเดินธุดงค์ ร่วมกับพระอาจารย์มั่นอีก คราวนี้ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ไปถึงประเทศลาว แล้วเดินทางข้ามแม่น้ำโขง กลับเข้ามาในประเทศไทย ขึ้นที่จังหวัดนครพนม แล้วเดินธุดงค์ต่อไปยังจังหวัดสกลนคร อุดรธานี นครราชสีมา เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ จนมาถึงปากน้ำโพ จึงขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการธุดงค์เที่ยวสุดท้าย

            ท่านเจ้าคุณพระธรรมปาโมกข์ เป็นผู้มีนิสัยรักสงบ ชอบการเดินธุดงค์ บำเพ็ญกรรมฐานแต่ชะตาชีวิตของท่านไม่อำนวยให้เป็นพระป่า จึงต้องกลับมาอยู่ที่วัดปทุมวนาราม และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๖ ต่อมา

            ท่านเป็นผู้มีอัธยาศัยเรียบ ๆ ชอบอยู่สงบ ๆ ไม่มีธุระจำเป็นจริง ๆ ไม่ชอบออกนอกวัด มีอัธยาศัยอ่อนโยน สุภาพ เรียบร้อย วาจานิ่มนวล มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีความเคารพยำเกรงในท่านผู้ใหญ่ผู้ปกครองบังคับบัญชา แม้ท่านผู้ปกครองบังคับบัญชานั้นจะมีอายุพรรษาน้อยกว่า แต่ท่านก็นอบน้อมให้เกียรติ โดยถือว่าท่านผู้นั้นสูงโดยคุณธรรม

            ท่านปกครองแนะนำภิกษุสามเณรด้วยการทำให้ดู คือท่านประพฤติเรียบร้อยหนักแน่นในพระธรรมวินัย ให้เป็นตัวอย่าง ภิกษุสามเณรได้เห็นแล้ว ถือปฏิปทาของท่านเป็นเยี่ยงอย่างความเป็นอยู่ของวัดปทุมวนารามในสมัยที่ท่าน เป็นเจ้าอาวาสจึงสงบเรียบร้อยตลอดมา

 

มรณภาพ 

            ท่านเจ้าคุณพระธรรมปาโมกข์ เป็นผู้มีสุขภาพดีมาตลอด แข็งแรง อดทน สามารถเดินธุดงค์อยู่เป็นเวลานานปี โดยปราศจากโรคภัยอันตราย ในวัยชราท่านได้หกล้มหลายครั้ง สุดท้ายได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์ และถึงแก่มรณภาพด้วยความสงบ ณ วันอังคาร ที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ เวลา ๐๘.๔๕ น. สิริรวมอายุได้ ๙๓

 

-:..............................................................................................................................................:-

 

 

พระราชวรคุณ(สายหยุด ปญฺญาสารเถร)

ป.ธ.๖, น.ธ.เอก  เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์

เจ้าอาวาส รูปที่ ๗

 

ชาติภูมิ  

            พระราชวรคุณ (สายหยุด ปญฺญสารเถร) นามเดิม สายหยุด นามสกุล สิวพลงาม เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี

ที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ตรงกับแรม ๙ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู ที่อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด บิดาชื่อนายสุ่ย สิวพลงาม มารดาชื่อ นางไข สิวพลงาม

 

บรรพชา

            พ.ศ.๒๔๖๖ ได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดบ้านกระจาย ตำบลน้ำคำ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด

 

อุปสมบท

            พ.ศ. ๒๔๗๗ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมีพระปัญญาพิศาลเถร (หนู ฐิตปญฺญเถร) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระธรรมปาโมกข์ (บุญมั่น มนฺตาสยเถร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระครูปทุมธรรมธาดา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดบัวเป็นพระอนุสาวนาจารย์

 

การศึกษา

พ.ศ. ๒๔๖๙         สอบได้นักธรรมชั้นตรี

พ.ศ. ๒๔๗๔        สอบได้นักธรรมชั้นโท

พ.ศ. ๒๔๗๕        สอบได้นักธรรมชั้นเอก และเปรียญธรรม ๓ ประโยค

พ.ศ. ๒๔๗๘        สอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค

พ.ศ. ๒๔๗๙         สอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค

พ.ศ.๒๔๘๐          สอบได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค

 

ผลงานของพระเดชพระคุณพระราชวรคุณ


ด้านการปกครอง 

            ๑. เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม

            ๒.เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าอาวาส

            ๓. พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส

            ๔. พ.ศ.๒๕๒๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์

            ๕. พ.ศ.๒๕๒๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม รูปที่ ๗

               การปกครอง ท่านได้ครองโดยสามัคคีธรรมและเมตตาธรรม มีศีลาจริยาวัตรปฏิสันถารอันดียิ่งต่อชนทุกชั้น การบริหารงานภายในวัดได้จัดตั้งคณะกรรมการสงฆ์ขึ้น แบ่งงานออกเป็น ๔ องค์การ คือองค์การศึกษา องค์การปกครอง องค์การสาธารณูปการ และองค์การสาธารณสงเคราะห์ เพื่อให้การบริหารงานภายในวัดเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยมีท่านเป็นประธานกรรมการ นอกจากนี้แล้วยังจัดตั้งเจ้าคณะและรองเจ้าคณะ คณะกรรมการการศึกษา คณะกรรมการการพัฒนา คณะกรรมการจัดผลประโยชน์และดูแลทรัพย์สินของวัด

 

ด้านการศึกษา 

            ๑. เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม

            ๒. เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง

            ๓. เป็นกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง

            การศึกษาในวัดท่านได้ส่งเสริมการศึกษาทั้งแผนกธรรมและบาลี และส่งเสริมการศึกษาในระดับสูงตามหลักสากลนิยม โดยสนับสนุนให้พระภิกษุสามเณรเข้าศึกษาในสถานการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ไปศึกษาต่อปริญญาตรี-โท-เอก ในต่างประเทศ เพื่อความเจริญมั่นคงไพบูลย์แก่ชาติและพระศาสนา

                        กาศึกษาในยุคของท่านนั้น นับได้ว่ามีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดยุคหนึ่ง เนื่องจากในยุคท่านได้เปลี่ยนการบริหารเป็นคณะกรรมการสงฆ์ มีเจ้าอาวาสเป็นประธาน การศึกษาของวัด ได้จัดให้มีหัวหน้าองค์การศึกษาเพื่อรับผิดชอบเรื่องจัดการเรียนการสอน จึงปรากฏว่าในสมัยที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสมีพระภิกษุสามเณรจบนักธรรมและเปรียญ เป็นจำนวนมาก ที่สอบได้เปรียญ ๙ ประโยคก็มีถึง ๓ รูป ที่จบปริญญาตรี-โท-เอก เป็นกำลังของชาติและพระศาสนาอยู่ในปัจจุบันนี้นับไม่ถ้วน

 

ด้านการเผยแผ่ 

            ท่านได้อบรมธรรมแก่พระภิกษุสามเณรภายในวัด มีการอบรมศีลธรรมตามโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ มีกิจกรรมเกี่ยวกับการเผยแผ่ โดยให้มีการแสดงธรรมและอบรมศีลธรรมทุกวันธรรมสวนะและวันสำคัญทางพระพุทธ ศาสนา ให้ความร่วมมือกับคณะสงฆ์หรือทางราชการในการเผยแผ่โดยส่งเสริมให้พระภิกษุ สามเณรผู้ทรงคุณวุฒิในวัด ไปอบรมศีลธรรมและปฏิบัติธรรมแก่เยาวชนตามโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ตลอดถึงชุมชนทั่วไป นอกจากนี้แล้ว ท่านยังส่งเสริมการปฏิบัติธรรมกรรมฐาน โดยอนุญาตให้มีการฝึกอบรมการปฏิบัติธรรมกรรมฐานขึ้นภายในวัด เพื่อเป็นการเจริญรอยตามอดีตเจ้าอาวาส และพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีลเถร พร้อมด้วยพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร จึงมีศาลาพระราชศรัทธาและสวนป่าปฏิบัติธรรมเกิดขึ้นที่วัดปทุมวนาราม